“การอ่านหนังสือ เป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา” คำกล่าวนี้จะเป็นจริงหรือไม่ ผู้ที่อ่านหนังสือน่าจะได้รับคำตอบแล้ว ผมคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่านี้ และพยายามที่จะอ่านหนังสือไม่ว่าจะแนวใดก็ตามให้มากที่สุด ทั้งในห้องสมุด ร้านเช่าหนังสือ หรือร้านหนังสือทั่วไป หรือแม้กระทั้งใบปลิว ที่ติดตามตู้โทรศัพท์ มันก็ทำให้ปัญญา(หรือปัญหา)ของผมดีขึ้นมาบ้าง หลายๆครั้งที่ผมเข้าไปอ่านหนังสือ(ฟรี)อยู่ในร้านหนังสืออยู่นั้น แทบทุกร้านจะมีพนักงานมาคอย(จับตา)บริการอยู่ข้างๆเหมือนเพื่อนที่รู้ใจใกล้ๆคุณ(ไม่ใช่สโลแกนโฆษณา)อันจะทำให้การอ่านและเลือกดูหนังสือของผมไม่มีความเป็นส่วนตัว ผมจึงต้องเดินไปอ่านหมวดอื่นหรือออกจากร้านไปเลย ผมว่าทางร้านหนังสือทุกร้านควรมีบริการให้อ่านฟรีหรือเก็บค่าสมาชิกก็ได้แต่ในราคาย่อมเยานะครับ
แต่ผมก็เข้าใจนะครับว่าเดี๋ยวนี้คงจะไม่มีหรอกครับที่เจ้าของร้านจะให้ยืมหนังสือกลับไปอ่านที่บ้าน ดังเช่นโฆษณาทีวีชิ้นหนึ่งที่ผู้ก่อตั้งห้างดังแห่งหนึ่งสังเกตเห็นลูกค้ามายืนอ่านหนังสืออย่างตั้งใจและมาอ่านหลายๆครั้งโดยที่ไม่ยอมซื้อหนังสือสักทีถ้าเป็นสมัยนี้โดนเจ้าของด่าไปแล้วละครับพี่น้องจนท่านก็ใจดีให้หนังสือกลับไปอ่านที่บ้านได้ลูกค้าคนนั้นหลังจากได้อ่านหนังสือและฝึกฝนฝีมือการถ่ายภาพจึงได้กายมาเป็นศิลปินแห่งชาติด้านการถ่ายภาพนั้นเอง เห็นมั๊ยละครับถ้าทางร้านหนังสือจัดให้มีมุมอ่านหนังสือฟรีผู้คนที่ไม่มีเงินซื้อหนังสือตาดำๆอย่างผมและอีกหลายๆคน ก็จะได้มีแหล่งความรู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนและการศึกษาไม่ต่างจากผู้มีฐานะทุกคน เมื่อพวกเขามีความรู้ก็จะได้นำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานหรือการเรียนถึงตอนนั้นพวกเขาน่าจะมีเงินมากพอที่จะกลับมาอุดหนุนร้านหนังสือท่านแน่นอนครับดังคำกล่าวที่ว่า “ให้วิชาแด่ท่าน ดีกว่าให้นาร้อยไร่”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ติดตาม